เดินตลาดของป่า…ของแปลก…ตลาดห้วยเดื่อ จังหวัดหนองบัวลำภู

.

.

สวัสดีครับทุกคน

วันนี้ดิวจะพาทุกคนไปเดินตลาดของป่าและก็แปลก ที่ใกล้เคียงจังหวัดอุดรธานี

ซึ่งอยู่ที่จังหวัดหนองบัวลำภู

.

คนแถวนี้เขาเรียกว่า ตลาดป่าห้วยเดื่อ ครับตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 210 ซึ่งเป็นทางเชื่อม

ระหว่างจังหวัดอุดรธานีกับหนองบัวลำภูเข้าด้วยกันสังเกตตลาดได้ไม่ยากครับ เพราะตั้งอยู่ริมทางเลย

.

.

ของแปลกอย่างแรกเลยคือ น้องวัว ซึ่งเพี้ยนมาจากภาษาอีสานคำว่า น่อง-งัว แปลง่ายๆ คือ รกของวัวซึ่งคนอีสานถือว่าเป็นอาหารที่หาทานได้ยากมากๆ

เพราะต้องรอแม่วัวตั้งท้องจนกระทั้งคลอดจึงจะมีโอกาสได้นำมารับประทานต้องนอนรอกันเลยทีเดียวครับเพราะถ้าเก็บไม่ทันแม่วัวก็จะกินรกของวัวแทน

คนอีสานถ้าได้ยินว่าบ้านใคร แม่วัวตั้งท้องถึงกับไปนอนรอกันข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียวครับ

.

.

ต่อมาคือ เนื้อฟาน ครับ ผมเคยได้ยินแต่ผู้ใหญ่แถวบ้านบอกว่า… “ถ้าไปหนองบัวลำภูอย่าลืมซื้อเนื้อฟานมาก้อยเด้อ”จนผมได้มาเห็นกับตาตัวเอง ออ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

.

.

แม่ค้าที่ตลาดบอกว่า เอาไปก้อยจะแซ่บมาก ๆ เลยครับ ฟาน คือ กวางชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในแถบหนองบัวลำภคนอีสานถือว่า เป็นอาหารชั้นสูงกันเลยทีเดียว

.

.

ส่วนในกะละมังนี้ คือ กบ นั้นเองครับกบในภาคอีสานถือว่าเป็นวัตถุดิบยอดฮิตจากคนที่กินเนื้อกบเขาว่ากันว่า…กินเนื้อกบเหมือนกินเนื้อไก่ แต่จะนุ่มกว่ากบถือว่าหาได้ง่ายในฤดูฝนถือว่าเป็นที่ต้องการของตลาดมากๆเลย

.

.

เห็นสีเขียวๆ ไม่ใช่ตะไคร้น้ำตามคลองนะครับแต่มันคือ เทา เทาคือสาหร่ายชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์มากๆ ราคาถูกแถมยังอร่อย โดยเฉพาะลาบเทา ลองนึกดูนะครับว่าถ้าเอาเทาไปทำแผ่นอบกรอบมันจะน่าอร่อยขนาดไหน

.

.

ผลไม้ในจานนี้ทุกคนก็น่าจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้วนั้นคือ หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ ครับ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งในตระกูลเบอร์รี่ นับวันยิ่งได้รับความนิยมมาก ๆ

แต่ในภาคอีสานถือว่าขายกันได้ราคาถูกมากๆ ครับในจานนี้ ราคาแค่ 20 บาท เท่านั้น!!รับรองปลอดสารพิษและสารเคมีแน่นอนครับ

.

.

เป็นยังไงกันบ้างครับทุกคน…มีอะไรที่เคยเห็นกันมาบ้างรึเปล่า ถ้าคุณผู้อ่านมีอะไรอะไรแปลก ๆ สามารถแชร์กันได้นะครับ

.

.

สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนมองว่า…

เป็นการทำมาหากินของชาวบ้านการหาของตามธรรมชาติเพื่อดำรงชีพวัฒนธรรมอีสาน ถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อยากให้ทุกคนลองมาสัมผัสด้วยตัวเองรับรองจะติดใจกันเลยครับ

.

.

.